รายละเอียดการเตรียมตัวเดินทางไปประเทศเวียดนาม

20140306-1394099344.13-5หมายเหตุ

ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2550 ได้มีการประกาศ ห้ามนำ ของเหลวและเจลทุกชนิดขึ้นเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น น้ำ , ยาสระผม , น้ำหอม เป็นต้น ดังนั้นถ้ามีของเหลวและเจลอยู่ในกระเป๋าของท่าน กรุณานำโหลดลงใต้ท้องเครื่องด้วย

การแต่งกาย

เสื้อผ้าสวมใส่สบาย,แว่นตากันแดด, ครีมกันแดด, รองเท้าสวมใส่สบาย

กระเป๋าเดินทาง

กระเป๋าใบใหญ่ที่จะบรรทุกไว้ใต้ท้องเครื่องบิน น้ำหนักไม่เกินท่านละ 20กก. (หากน้ำหนักเกิน ทางสายการบินจะเรียกเก็บค่าระวางเพิ่มได้) ที่สำคัญควรมีกุญแจล็อคกระเป๋าทุกใบ!! กระเป๋าแฮนด์แบ็คอนุญาตให้นำกระเป๋าถือขึ้นเครื่องเฉพาะขนาดเล็ก และมีน้ำหนักไม่เกิน 10กก. เท่านั้น

เงินตราg3152

สกุลเงินของเวียดนาม เรียกว่า “ด่อง”ธนบัตรมีราคา 1,000, 2,000, 5,000, 10,000, 20,000, 50,000, 100,000, 200,000 และ 500,000 ด่อง สามารถแลกเปลี่ยนเงินได้ที่สนามบิน โรงแรม ธนาคาร และ ร้านที่ได้รับอนุญาตให้แลกเงิน อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 550-600 ด่อง ต่อ 1 บาท

บัตรเครดิต

ใช้ได้โดยทั่วไป โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า, ร้านค้า และร้านอาหารใหญ่ ๆ

ภาษา

ใช้ภาษาเวียดนามเป็นภาษาประจำชาติ เจ้าหน้าที่โรงแรม, สนามบิน สามารถพูดภาษาอังกฤษได้

ลักษณะภูมิประเทศ

ประเทศเวียดนามมีลักษณะเรียงเป็นรูปตัว S มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเขตที่ราบสูงของเทือกเขา อันนัม(Anmam Highland) แนวตั้งจาเหนือลงใต้เฉลี่ยความสูง จากระดับน้ำทะเล ประมาณ 900-1350 เมตร และมีระดับความสูงเฉลี่ย  1200 เมตร  พื้นที่รวมประมาณ  331,210 ตารางกิโลเมตร  มีพรมแดนติดต่อกับ ประเทศ จีน ลาว และ กัมพูชา ทิศเหนือ ติดกับ ประเทศจีน ทิศตะวันออก ติดกับทะเลจีนใต้  ติดกับ อ่าวไทยและทะเลจีนใต้ และทางทิศตะวันตก ติดกับ สปป.ลาวและกัมพูชา เวียดนามขนานยาวกับคาบสมุทรอินโดจีน เนื่องจากประเทศเวียนามมีความยาวมาก ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศจึงต่างกันค่อนข้างมาก  โดยประเทศเวียนามจะแบ่งเป็น3 ส่วน  คือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้

1.ภาคเหนือ มีภูเขาสูงมากมาย ซึ่งมีเทือกเขา ฟานซิปาน (Fansipan) สูงถึง3,143 เมตร สูงที่สุดในอินโดจีน และยังมีแม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำ กุง (Cung) ซึ่งไหลไปบรรจบกับแม่น้ำแดงเป็นดินดอนสามเหลี่ยม เกิดเป็นสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง ซึ่งมีความอึดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก นอกจากนี้ยังมีที่ราบลุ่ม Cao Bang , Vinh Yen และอ่าวHalong Bay ที่ทีชื่อเสียงด้านธรรมชาติที่งดงาม และยังเป็นที่ตั้งของเมือง Ha Noiเมืองหลวงอีกด้วย  ในพื้นที่ภาคเหนือมีชนกลุ่มน้อยหลากหลายอาศัยอยู่และยังมีอากาศหนาว        

2.ภาคกลาง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง ซึ่งเต็มไปด้วย หิน ภูเขาไฟ หาดทราย เนินทราย และทะเลสาบ เป็นเขตพื้นที่สำคัญ เรื่องป่าไม้ของประเทศเวียดนาม ค่อนข้างร้อนตลอดปี

3.ภาคใต้ พื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นพื้นที่ราบสูง และยังมีที่ราบลุ่มที่สำคัญ คือ แม่น้ำโขงหรือที่รู้จักในชื่อ กู๋ลองยาง (Cuu Long Giang) ที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งเพาะปลูกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนาม และเป็นที่ตั้งของนคร โฮจีมินท์ (Ho Chi Min City)หรือไซง่อน (Saigon)

Vietnam-194-smalltabletRetinaลักษณะภูมิอากาศ

สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามมีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน  เฉพาะฤดูแบบมรสุมเขตอบอุ่นและแบบมรสุม

– ลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุมเมืองร้อนเฉพาะฤดู (Aw) ฤดูร้อนมีฝนตกชุก ส่วนฤดูหนาวแห้งแล้ง พบบริเวณตอนใต้

– ลักษณะภูมิอากาศมรสุมเขตอบอุ่น (Cwa) ฤดูหนาวอบอุ่น ฤดูร้อนมีฝนตกช่วงระยะยาวนานและอากาศค่อนข้างร้อน

– ลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุม (Aw) พบตอนกลางของประเทศ ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมทั้ง 2ฤดู

เนื่องจากประเทศเวียดนามมีลักษณะภูมิประเทศเป็นคาบสมุทร มีพื้นที่แตกต่างกัน ส่งผลให้เวียดนามมีสภาพอากาศที่หลากหลาย ลักษณะภูมิอากาศของประเทศแบ่งได้  3 ส่วน คือ ภาคเหนือ  ภาคกลาง และภาคใต้

1.ภาคเหนือ แบ่งลักษณะภูมิอากาศได้เป็น4 ฤดู ในช่วงเดือน  ธ.ค.-ก.พ. ของทุกปี ในช่วงฤดูหนาว มีอากาศหนาวย็น อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 7-20 °C และจะหนาวที่สุดในเดือนมกราคม ถัดจากนั้นเป็นฤดูใบไม้ผลิ เริ่มตั้งแต่ มี.ค.-เม.ย.จะมีฝนตกเล็กน้อย อุณหภูมิประมาณ 17-23 °C ต่อมาคือฤดูร้อนอยู่ระหว่างเดือน พ.ค.-ส.ค. สภาพอากาศร้อนและมีฝน อุณหภูมิประมาณ 30-39 °Cและฤดูสุดท้ายคือฤดูใบไม้ร่วง ในช่วงเดือน ก.ย.-พ.ย. อุณหภูมิประมาณ 23-28 °C

2.ภาคกลาง มีสภาพอากาศแปรปรวนค่อนข้างมาก ลักษณะภูมิอากาศของพื้นที่ภาคกลางแบ่งได้2 ฤดู คือฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค.-ต.ค. อุณหภูมิอาจสูงถึง 40 °C ในเดือน มิ.ย.-ก.ค. และฤดูแล้งในช่วงเดือน ต.ค.-เม.ย. มีอุณหภูมิเกือบ 20 °C

3.ภาคใต้ มีอากาศร้อนและอุณหภูมิค่อนข้างคงที่ คือ ประมาณ27 °Cสามารถแบ่งภูมิอากาศได้ 3 ฤดู คือ ฤดูฝน ช่วงเดือน พ.ค.-ต.ค. ฤดูแล้ง ช่วงเดือน พ.ย.-ก.พ. และฤดูร้อนในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 

กระแสไฟฟ้า

220 โวลท์ เหมือนกับเมืองไทย ปลั๊กเป็นแบบแบน 2 ขา, เพื่อความมั่นใจควรเตรียม Adapter ไปด้วย

อาหาร

ภาคเหนือ   ได้รับอิทธิพลของอาหารมาจากประเทศจีนมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ รสชาติของอาหารจะค่อนข้างจืด อาหารส่วนใหญ่เน้นผัดผัก อาจจะมีแกงต้มจืดตามสไตล์ของเวียดนามบ้างบางมื้อ

ภาคกลาง   เป็นที่ตั้งของพระราชวังทำให้ได้รับอิทธิพลของอาหารจากในพระราชวัง มีรสชาติค่อนข้างจัดจ้านมากกว่าอาหารภาคอื่นๆ

ภาคใต้        ได้รับอิทธิพลของอาหารมาจากประเทศกัมพูชาทำให้รสชาติของอาหารค่อนข้างจัด ในการประกอบอาหารจะใช้ผัก และเนื้อสัตว์หลากหลายกว่าภาคอื่นๆ

น้ำดื่ม

ไม่ควรดื่มน้ำประปา ควรดื่มจากขวดใหม่ๆ ที่มีขายอยู่ตามร้านค้าและภัตตาคารโดยทั่วไป ทั้งนี้ทัวร์มีน้ำแจกบนรถ

ข้อแนะนำ

หากท่านมีปัญหาเรื่องอาหารกรุณาแจ้งทางผู้จัดหรือหัวหน้าทัวร์ทราบล่วงหน้าอาหารและเครื่องดื่มที่ท่านสั่งพิเศษระหว่างรับประทานกรุณาชำระเองเมื่อท่านสั่งเพิ่มกรณีที่ท่านชอบอาหารรสจัดกรุณาเตรียมเครื่องปรุงเช่นน้ำพริกไปด้วยเพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติของอาหาร!!

ยารักษาโรค

ท่านที่มีโรคประจำตัว กรุณานำยาติดตัวไปด้วย และกรุณาแจ้งหัวหน้าทัวร์ทราบด้วย

ตม.

นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ต้องใช้วีซ่า สามารถพักอยู่ในประเทศเวียดนามได้ไม่เกิน 30 วัน

ศุลกากร

สิ่งที่ต้องแจ้งต่อศุลกากรเวลาเข้าประเทศคือ จำนวนเงินตราต่างประเทศที่มีมากกว่า 7,000 เหรียญสหรัฐฯ ทองคำ เครื่องประดับที่มิได้มีไว้ใช้ส่วนตัว เทป วิดีโอ บุหรี่ไม่เกิน 200 มวน สุรา 2 ลิตร น้ำหอมและเครื่องประดับส่วนตัว จำนวนเหมาะสมพอเพียง

โทรศัพท์  โทรจากประเทศไทยไปเวียดนาม

กด 001-84-รหัสเมือง (โฮจิมินห์ ซิตี้ 8)-เบอร์โทรศัพท์

โทรจากเวียดนามกลับประเทศไทย

โทรเข้าโทรศัพท์บ้าน กด +66-รหัสจังหวัดตัด 0 ออก-เบอร์โทรศัพท์

โทรเข้าโทรศัพท์มือถือ กด +66-รหัสมือถือ ตัด 0 ออก-เบอร์โทรศัพท์

ข้อแนะนำอื่น ๆ

  • โปรดเก็บรักษาหนังสือเดินทาง (Passport) ให้ดี หากเกิดการสูญหายบริษัทไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรอเรื่องจัดทำเอกสารได้ บางแห่งต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์
  • ขณะที่อยู่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง-ด่านศุลกากร และ/หรือ ด่านพรมแดนกรุณางดถ่ายภาพเพราะเป็นข้อห้ามของทุกประเทศ
  • กรุณาอย่านำมีดปอกผลไม้, กรรไกรตัดเล็บ หรือสิ่งของที่เป็นโลหะใส่กระเป๋าเล็กที่ถือขึ้นเครื่อง
  • มีมิจฉาชีพอยู่ทั่วไปในย่านชุมชนที่มีผู้คนมากมาย ตามแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งในโรงแรม ดังนั้นไม่ควรนำของมีค่าติดตัวไปด้วยเกินความจำเป็น
Bookmark the permalink.